ท่องเที่ยว ชลบุรี ชายหาด

เดินทางท่องเที่ยวด้วยเครื่องบินอย่างไร ช่วยลดการก่อมลพิษได้

เดินทางท่องเที่ยวด้วยเครื่องบินอย่างไร ช่วยลดการก่อมลพิษได้

เดินทางท่องเที่ยวด้วยเครื่องบินอย่างไร ช่วยลดการก่อมลพิษได้             การเดินทางท่องเที่ยวโดยเครื่องบิน จัดเป็นวิธีการเดินทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน โดยในแต่ละปีพบว่า มีผู้ใช้บริการเครื่องบินเพื่อเดินทางเป็นจำนวนมากกว่า 4 พันล้านคนทั่วโลก เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และมีราคาไม่แพงเหมือนเช่นใจอดีต ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางโดยเครื่องบิน คือปัญหาคุกคามโลก ขณะเดียวกัน การเดินทางด้วยเครื่องบินนั้น ก็เป็นตัวการปล่อยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณสูง ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามโลกใบนี้ อย่างไรก็ตาม การยกเลิกโดยสารเครื่องบินอย่างสิ้นเชิงก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้จริงสำหรับใครหลายคน ดังนั้น จึงควรมองหาวิธีอื่นเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แทน วิธีต่อไปนี้ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางด้วยเครื่องบินให้น้อยลงได้ 1.เดินทางโดยมีสัมภาระติดตัวน้อย – เนื่องจากของแต่ละชิ้นที่ผู้โดยสารแต่ละนำติดตัวไปด้วยนั้น ก็ส่งผลให้น้ำหนักของเครื่องบินเพิ่มขึ้นได้ และยิ่งน้ำหนักของเครื่องบินเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งกินน้ำมันมากขึ้นได้ตามไปด้วยเท่านั้น ดังนั้น ในการจัดกระเป๋าแต่ละครั้งต้องคำนึงถึงสิ่งที่ต้องใส่ลงไปด้วย นอกจากสิ่งของที่สำคัญแล้ว ก็ควรเลือกของที่มีชิ้นเล็กและน้ำหนักเบา 2.บินตรง – เนื่องจากเครื่องบินเป็นยานพาหานะที่ใช้น้ำมันมากที่สุด ทั้งในตอนขึ้นบินและตอนลงจอด หากเราสามารถบินตรงไปสู่จุดหมายปลายทางได้ ก็ช่วยลดปริมาณการก่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 3.บินชั้นประหยัด – เนื่องจากที่นั่งของเที่ยวบินชั้นประหยัดมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ในการบินแต่เที่ยวสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นใครคราวเดียว 4.ตรวจสอบประสิทธิภาพของสายการบินต่าง ๆ – ก่อนผู้โดยสารออกเดินทางทุกครั้ง ลองตรวจหาข้อมูลดูก่อนว่ามีสายการบินใดบ้างที่ก่อมลพิษได้น้อย หรือมากที่สุด ซึ่งเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงและได้รับการออกแบบทางอากาศพลศาสตร์ที่ดีกว่า ก็สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงได้ 5.หันมาใช้สนามบินท้องถิ่น – ยิ่งผู้โดยสารเดินทางไปสนามบินที่มีระยะทางไกลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น 6.ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเที่ยวบินที่เดินทางอยู่ – ณ ปัจจุบันนี้ ก็มีเครื่องมือคำนวณประเภทต่าง ๆ ออกมา […]

Read Me

นักท่องเที่ยวตะลึง พบฝูงวาฬเพรชฆาตดำนับ 10 โผลว่ายใกล้หมู่เกาะสิมิลัน

นักท่องเที่ยวตะลึง พบฝูงวาฬเพรชฆาตดำนับ 10 โผลว่ายใกล้หมู่เกาะสิมิลัน

นักท่องเที่ยวตะลึง พบฝูงวาฬเพรชฆาตดำนับ 10 โผลว่ายใกล้หมู่เกาะสิมิลัน             นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจ หลังบังเอิญพบเจอเข้ากับฝูงวาฬเพรชฆาตกว่า 10 ตัว แหวกว่าอยู่ท่ามกลางท้องทะเล บริเวณนอกชายฝั่งของหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสัญญานที่ดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอุดทสมบูรณ์ของระบบนิเวศทะเลไทย นายบุฐชู แพใหญ่ ผู้บริหารของบริษัท “ว้าว อันดามัน ทัวร์”  เปิดเผยกับสำนักข่าวว่า ได้รับแจ้งเตือนจากไกด์ของบริษัทว่า เมื่อช่วงเวลาสาย ๆ ในขณะที่เรือสปีดโบ้ทกำลังนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติ ที่บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งในระหว่างทางเดินเรือไปยังเกาะ 4 หรือ เกาะเมียง ก็ได้พบเข้ากับฝูงวาฬเพรชฆาตกว่า 10 ตัว กำลังแหวกว่ายโชว์ตัวอยู่ใกล้กับเรือ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างรู้สึกตื่นเต้นและเกิดความดีใจเป็นอย่างยิ่ง กับภาพที่ได้พบเห็น ปลาวาฬที่พบนี้ เป็นชนิดที่อยู่อาศัยในบริเวณน้ำลึก เป็นเรื่องยากที่มาโผล่ในทะเลไทย เมื่อพบเข้ากับฝูงวาฬเพรชฆาต กัปตันเรือก็ได้ทำการเบาเครื่องยนต์ลง เพื่อปล่อยให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจกัน ด้วยความสนุกสนาน หลังจากนั้นไม่นาน ฝูงวาฬเพรชาฆเหล่านั้น ก็ได้ว่ายน้ำลงไปในท้องทะเล กระทั่งหายไปจนหมด ผลจากการตรวจสอบพบว่า เป็นปลาวาฬเพรชฆาตดำ (False Killer Whale) ที่อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำลึก กินปลาและปลาหมึกขนาดใหญ่เป็นอาหาร โดยสามารถพบได้ทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่โอกาสพบเห็นก็มีไม่ได้มีบ่อยมากนัก ซึ่งเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาวอยู่ที่ 5-6 เมตร ทางการไทยจัดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2535 […]

Read Me

ไทยประกาศปิดชายหาดหลายแหล่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศเสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว

ไทยประกาศปิดชายหาดหลายแหล่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศเสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว

ไทยประกาศปิดชายหาดหลายแหล่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศเสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว             อ่าวมาหยาที่เคยเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยว โดยไม่มีมาตรการจำกัดจำนวนติดตต่อกันมาหลายปี จนทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแค่ไม่กี่ร้อยคนต่อวัน ก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเกือบ 4,000 ต่อคนต่อวัน ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไป จึงส่งผลให้ระบบนิเวศของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้ เสื่อมโทรมถึงขั้นวิกฤต ทั้งปัญหาขยะล้นอ่าว แนวปะการังถูกทำลาย สัตว์ทะเลสูญหาย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบางกลุ่มยังถึงขั้นเก็บปะการรัง หอยมือเสือ ต้นไม้ หินและทรายกับบ้าน เพื่อนำไปเป็นของที่ระลึก เมื่อสถานการณ์ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ และธรรมชาติไม่มีโอกาสฟื้นฟูตัวเองได้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช จึงเล็งเห็นว่ามีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ที่สามารถทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของอ่าวมาหยาฟื้นตัวกลับมาได้เหมือนเดิม นั่นคือวิธีการ “ปิดพื้นที่” เพื่อให้ระบบนิเวศเกิดการฟื้นฟูตัวเอง ทางกรมฯ จึงได้ออกคำสั่งปิดอ่าวมาหยาทันทีเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2561 ระยะเวลาเพียงแค่นี้ ไม่สามารถฟื้นฟูระบบนิเวศที่ถูกทำลายอย่างหนักได้ แต่ด้วยธรรมชาติที่ถูกทำลาย จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก จึงทำให้มาตรการปิดอ่าวมาหยาในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่เพียงพอที่ธรรมชาติจะฟื้นฟูตัวเอง กรมอุทยานฯ จึงตัดสินใจขยายช่วงเวลาออกไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 แต่ทว่าเมื่อครบกำหนดอีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศทางทะเลเห็นว่ายังคงต้องใช้เวลาอีกนาน สำหรับฟื้นฟูอ่าวมาหยา ด้วยเหตุนี้ จึงได้ออกคำสั่งให้ขยายเวลาปิดอ่าวมาหยาไปอย่างไม่มีกำหนด นอกจากอ่าวมาหยาแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหลายแห่งที่ถูกปิดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหลายแห่งที่ต้องถูกทำลาย ด้วยน้ำมือของมนุษย์ผู้มาเยือน จนส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินใจปิดการท่องเที่ยวในรูปแบบเดียวกับอ่าวมาหยา พร้อมกับตั้งความหวังว่า “ธรรมชาติที่เสียหายไปจะฟื้นกลับมาสวยงามได้ดังเดิม” สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ปิดตัวลงนั้น มีดังต่อไปนี้ 1.เกาะแสมสาร – หลังภาพถ่ายของไกด์ทัวร์ดำน้ำที่บริเวณอ่าวแสมสาร […]

Read Me

พบวาฬพันธุ์หายาก โผล่ทักทายนักท่องเที่ยวใกล้เกาะราชา

พบวาฬพันธุ์หายาก โผล่ทักทายนักท่องเที่ยวใกล้เกาะราชา

พบวาฬพันธุ์หายาก โผล่ทักทายนักท่องเที่ยวใกล้เกาะราชา             รายงานจากผู้สื่อข่าวระบุว่า กลุ่มฟื้นฟูปะการังจากเครือข่ายนักอนุรักษ์ทะเลอันดามัน มีการแชร์คลิปวิดีโอวาฬขนาดใหญ่ไม่ทราบสายพันธ์ประมาณ 3 ตัวที่กำลังแหวกว่ายใกล้ผิวน้ำ ไม่ไกลจากเรือนำเที่ยว บริเวณร่องน้ำกลางทะเลระหว่างเกาะเกาะราชา-เกาะเฮ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งคนที่อยู่บนเรือลำดังกล่าวเป็นคนถ่ายวิดีโอเอาไว้ได้ พร้อมการระบุข้อความเพิ่มเติมไว้ว่า “วันนี้ที่ร่องน้ำเกาะราชา-เกาะเฮ เรือฮาตาเลียเจอปลาวาฬ ไม่ทราบสายพันธุ์ ที่ขนกันมาทั้งครอบครัว พ่อแม่ลูก ทให้นักท่องเที่ยวดีใจมาก” ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยัง น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง ตำแหน่งสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายทะเลฝั่งอันดามัน(ศวทม.) ซึ่งได้เปิดเผยว่า หลังจากทำการตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าว จึงพบว่าวาฬที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในกลุ้มเดียวกับวาฬบาลีน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นวาฬบลูด้า หรือ วาฬโอมูระ เพราะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญออกเรือไปตรวจสอบในบริเวณดังกล่าวแล้วแต่ไม่พบเจอ จึงอยากกล่าวถึงผู้ประกอบการ ชาวประมง และนักท่องเที่ยว ที่พบเห็นเบาะแสให้แจ้งข้อมูลมายัง ศวทม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อไปว่าเป็นวาฬชนิดใด พร้อมกับมีการศึกษาให้ทราบถึงพฤติกรรมและประกาศแจ้งเตือนถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ในกรณีที่พบเจอ รวมถึงมีการเฝ้าระวังห้ามไม่ให้ผู้ใดไปรบกวนวาฬ ลักษณะพิเศษของวาฬชนิดนี้ สำหรับวาฬบาลีน หรือ วาฬกรองกิน เป็นวาฬที่ไม่มีฟัน โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Baleen whales, Toothless whales” จัดเป็นกลุ่มของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเล มีลักษณะเด่นคือ เป็นวาฬตัวใหญ่ ภายในปากไม่มีฟันเรียงเป็นซี่เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ มีเพียงฟันที่ลักษณะคล้ายขนแปรง หรือหวีซี่ขนาดใหญ่ ที่ห้อยลงมาจากขากรรไกรด้านบน ฟันที่คล้ายก้บขนแปรงนี้ มีการเติบโตแบบเกาะกลุ่มกัน โดยมีชื่อเรียกว่า “บาลีน” […]

Read Me

สำรวจเทรนด์ท่องเที่ยว ล่องเรือสำราญ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำรวจเทรนด์ท่องเที่ยว ล่องเรือสำราญ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำรวจเทรนด์ท่องเที่ยว ล่องเรือสำราญ เติบโตอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ อีกหนึ่งตัวเลือกของการเดินทางท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากความนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ชื่นชอบการผักผ่อน หลงไหลไปกับบรรยากาศการเดินทางที่แตกต่าง สมาคมเรือสำราญระหว่างประเทศ หรือ CLIA จัดทำผลสำรวจ เพื่อประเมินแนวโน้มของอุตสาหกรรมการล่องเรือสำราญประจำปี 2562 พบว่า การท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า ภายในปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญ อาจแตะ 30 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดินในปี 2561 โดยมีจำนวนอยู่ที่ 28.2 ล้านคน นับเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ประเทศที่นิยมท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญส่วนใหญ่ มากจากยุโรปและอเมริกา สำหรับจำนวนคนที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ 5 อันดับ ได้แก่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่นิยมเดินทางสูงสุด โดยมีจำนวนถึง 11.9 ล้านคน ต่อมาคือ จีน  2.4 ล้านคน, เยอรมนี 2.19 ล้านคน, สหราชอาณาจักร 1.93 ล้านคน, ออสเตรเลีย 1.34 ล้านคน ด้านจำนวนเรือลำใหม่ ที่เตรียมพร้อมนำออกให้บริการภายในปี 2019 นี้ จำนวน 18 ลำ เช่น เรือสำราญสายคาร์นิวัล ครูซ, สายคอสต้า ครูซ, สายพริ้นเซส […]

Read Me

เหตุผล 3 ข้อ ที่ทำให้หลายคน ตัดสินใจไปทัวร์ภูฏาน

เหตุผล 3 ข้อ ที่ทำให้หลายคน ตัดสินใจไปทัวร์ภูฏาน

เหตุผล 3 ข้อ ที่ทำให้หลายคน ตัดสินใจไปทัวร์ภูฏาน             ภูฏานเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่มีความยิ่งใหญ่ในด้านทัศนียภาพมากมายหลายด้าน โดยเฉพาะความงดงามตระการตาและยิ่งใหญ่ ของแนวทิวเขาสูงจำนวนนับไม่ถ้าวน ที่กระจัดกระจาย เรียงรายอยู่ทั่วดินแดนแห่งนี้ เปรียบเหมือนมนตเสน่ห์อย่างหนึ่ง ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือน นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ดังเช่น เหตุ 3 ข้อต่อไปนี้ ที่ช่วยให้หลายคน ตัดสินใจมาเยือนภูฏานได้ง่ายขึ้น 1.มาทัวร์ภูฏาน ได้พบเจอวิถีชีวิตที่แสนเรียบง่ายได้ ประเทศแห่งนี้ เป็นหนึ่งไม่กี่แห่ง ที่คอยย้ำเตือนคนที่มาทัวร์ภูฏาน ให้รับรู้ได้ถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “วัฒนธรรม” ที่มีความสมบูรณณ์แบบ ถึงแม้ทุกวันนี้ ประเทศภูฏานมีฐานะเป็นเมืองที่มีรายได้จากากรท่องเที่ยว ของชาวต่างชาติก็ตาม แต่ก็สามารถกักเก็บรักษาวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์นี้ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม จุดเด่นที่สังเกตุเห็นได้ง่ายเลยคือ “เครื่องแต่งกาย” ในแบบดั้งเดิมที่พบเห็นได้ทั่วไปทั่วท้องถนน ไปจนถึงภาษาพูด สถาปัตยกรรมของอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่เป็นศิลปะ ซึ่งผสมผสานกับพระพุทธศาสนา จนอาจเรียกได้ว่าผืนแผ่นดินนี้ล้วนเกี่ยวกับศาสนาในทุก ๆ ด้านของชีวิต 2.มาทัวร์ภูฏาน ได้พบเจอความสงบของพุทธศาสนา เมื่อทัวร์ภูฏาน จะพบว่า มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้เลย คือวัดรังเสือ หรือวัดตักซัง ที่ตั้งอยู่ภายในเขตเมืองพาโร ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งกับชาวภูฏาน โดยวัดนั้น ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลายา ติดกับริมหน้าผา มีระดับความสูงรวมมากกว่า 900 เมตร ถูกสร้างขึ้น ภายในปี ค.ศ. 1692 ดังนั้น […]

Read Me

10 อันดับจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวจีนชอบไปเยือน

10 อันดับจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวจีนชอบไปเยือน

10 อันดับจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวจีนชอบไปเยือน             Ctrip เว็บไซด์ด้านการท่องเที่ยวชื่อดัง จากประเทศจีน ได้เผยผลสำรวจ โดยระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนมีอัตราการจองโรงแรมระดับหรูหราภายในประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ 50% พร้อมกับมีการสำรองห้องพักโรงแรมในต่างประเทศ ของนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นอีกว่า ประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนสูงสุด ทั้งหมด 4 เมืองดัวยกัน ได้แก่ ซัปโปโร โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต สำหรับประเทศไทย ก็ได้รับความนิยมไม่ต่างกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนนิยมไปเยือน เชียงใหม่ กรุงเทพฯ หละภูเก็ต ส่วนจุดปลายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ที่เหลือนั้น มีดังต่อไปนี้ 1.เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น 2.จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย 3.เมืองโกตากีนาบาลู ประเทศมาเลเซีย 4.เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น 5.เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย 6.จังหวัดกรุงเทพฯ ประเทศไทย 7.ประเทศสิงคโปร์ 8.เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น 9.จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย 10.เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  

Read Me

โรงแรมดุสิตดีทูไนโรบี เตรียมเปิดอีกครั้งเดือน มิ.ย. หลังโดนก่อการร้าย

โรงแรมดุสิตดีทูไนโรบี เตรียมเปิดอีกครั้งเดือน มิ.ย. หลังโดนก่อการร้าย

โรงแรมดุสิตดีทูไนโรบี เตรียมเปิดอีกครั้งเดือน มิ.ย. หลังโดนก่อการร้าย             “ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล” ออกแถลงการณ์เรื่องความพร้อมเปิดให้บริการ โรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี ในประเทศเคนยา หลังต้องปิดให้บริการชั่วคราว อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ภายในบริเวณ 14 รีเวอร์ไซด์ คอมเพล็กซ์ โดยคาดว่าบางส่วนของตัวโรงแรมที่เสียหายจะถูกซ่อมแซมแก้ไข จนกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ภายในเดือนมิถุนายน 2562 จากเหตุการณ์ก่อการร้าย โรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนทั้งสิ้น 21 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้ มีพนักงานประจำของโรงแรม 4 คน และพนักงานชั่วคราว 2 คน โดยลูกค้าของโรงแรมทุกคนปลอดภัยเป็นอย่างดีและไม่ถูกทำร้ายจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ผู้จัดการโรงแรมฯ เผยหน่วยงานจากหลายฝ่ายที่มาช่วย ทำให้กลับมาเปิดได้ในเวลาอันสั้น มร. ไมเคิล เมกตาซัส ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี เผยว่า “เรารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ธุรกิจต่าง ๆ ของโรง สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งกำลังใจและการช่วยเหลือสนับสนุนมากมายจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ไปจนถึงชุมชนบริเวณใกล้เคียง ที่เข้ามาช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนให้พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทุกคนในเร็ววันนี้” ข้อมูลเกี่ยวกับดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ บริษัท ดุสิตธานี […]

Read Me

พบลูกโลมาพลัดหลงแม่ ณ แหลมแม่พิมพ์ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์

พบลูกโลมาพลัดหลงแม่ ณ แหลมแม่พิมพ์ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์

พบลูกโลมาพลัดหลงแม่ ณ แหลมแม่พิมพ์ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์              ณ แหลมแม่พิมพ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทฝั่ง ตะวันออก ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง พบลูกโลมาพลัดหลงแม่ จึงได้นำมาเลี้ยงในบ่อพักฟื้นอนุบาล เพื่อรอปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่ร่วมกันดูแลลูกโลมาที่พลัดลงบริเวณแหลมแม่พิมพ์ ตลอด 24 ชม. ได้แก่ สัตวแพทย์หญิง รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยสัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก นักวิชาการประมงชำนาญการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เพื่อไม่ให้ลูกปลาโลมาเกิดอาการเครียด จนเกิดอันตราย เจ้าของร้านอาหารบริเวณแหลมแม่พิมพ์ ไปพบกับลูกโลมาที่หลงมาโดยบังเอิญ เจ้าของร้านอาหารโจโจ้ซีฟู้ดบริเวณริมชายหาดแหลมแม่พิมพ์ เผยว่า ได้พบลูกปลาโลมาหัวบาก หลังเรียบ ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีความยาว 72 ซม.น้ำหนัก 5 กก. เพศเมีย อายุไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เจ้าจองร้านอาหารจึงนำตัวลูกโลมากลับปล่อยลงสู่ทะเล แต่โลมาไม่ยอมไปไหนไหว้กลับเข้าฝั่งตลอด เจ้าของร้านอาหารบริเวณริมชายหาดแหลมแม่พิมพ์ จึงได้แจ้งศูนย์วิจัยฯ เพื่อให้นำตัวลูกโลมาไปอนุบาลต่อไป ซึ่งทางศูนย์วิจัยฯได้ส่งสัตว์แพทย์มาคอยตรวจสอบและยังได้ประสานไปยังสัตวแพทย์ของจุฬาลงกรณ์ด้วย เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาในการรักษาลูกปลาโลมาดังกล่าว ลูกโลมาที่พลัดลงบริเวณแหลมแม่พิมพ์ มีสุขภาพที่แข็งแรงดี เตรียมพร้อมกลับสู่ทะเล ทางศูนย์วิจัยฯจะคอยดูแลลูกโลมาที่พลัดหลงบริเวณแหลมแม่พิมพ์ ไปอีกสักระยะหนึ่ง ให้สุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์พร้อม ก่อนจะนำไปปล่อยยังเกาะมันใน ซึ่งมีน้ำสะอาด ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกปลาโลมากลับไปอาศัยในท้องทะเลต่อไปได้อย่างเป็นปกติ “โดยขณะนี้ ได้ทำการตรวจคลื่นหัวใจของลูกโลมาที่พลัดหลงบริเวณแหลมแม่พิมพ์แล้ว ซึ่งพบว่า ยังอยู่ในภาวะปกติแต่ลูกปลาโลมายังเกิดอาการเครียดอยู่ […]

Read Me

ผลสำรวจเผย ความรู้สึกคนไทยที่มีต่อตำรวจท่องเที่ยว เป็นไปในทิทางที่ดี

ผลสำรวจเผย ความรู้สึกคนไทยที่มีต่อตำรวจท่องเที่ยว เป็นไปในทิทางที่ดี

ผลสำรวจเผย ความรู้สึกคนไทยที่มีต่อตำรวจท่องเที่ยว เป็นไปในทิทางที่ดี             “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ยังคงเป็นตัวสร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย ตำรวจท่องเที่ยวก็จัดเป็นอีกหนี่งอาชีพที่มีความสำคัญโดยตรงต่อการท่องเที่ยว ซึ่งมีหน้าที่คอยให้บริการในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแก่ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความในใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจท่องเที่ยว “ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 401 คน ในระหว่างวันที่ 5-13 ก.ย.61 จนได้สรุปผลดังต่อไปนี้ ประชาชนมีความคิดอย่างไร? เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยว 1.คอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว 90.02% 2.ให้บริการช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยของประชาชน 79.05% 3.ปราบปรามอาชญากรรมต่าง ๆ 60.10% 4.ปฏิบัติงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย 47.63% 5.อื่น ๆ เช่น ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ คอยให้ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว มี Call Center ฯลฯ 0.50% 5 อันดับผลงานของตำรวจท่องเที่ยว ที่ประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุด 1.แก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ/ไกด์เถื่อน/นอมินีต่างชาติ 68.83% 2.กวาดจับคนผิวสีที่อยู่ในเมืองไทยเกินกำหนด ลอบก่อคดีอาชญากรรม ทำผิดกฎหมาย 61.10% 3.ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 61.10% 4.ปราบปรามยาเสพติด อาวุธปืน การพนัน 47.13% 5.จับกุมสินค้าหนีภาษีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 43.14% ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ “ตำรวจท่องเที่ยว” […]

Read Me